อังกฤษยกเครื่อง 9 ตำแหน่ง Steve Borthwick หัวหน้าโค้ชของ England national rugby union team ตัดสินใจปรับทัพครั้งสำคัญก่อนเกมพบอิตาลีในศึก Six Nations Championship หลังผลงานน่าผิดหวังจากความพ่ายแพ้ต่อไอร์แลนด์ 42-21 ซึ่งทำให้หมดโอกาสลุ้นแชมป์ก่อนเหลือการแข่งขันอีกสองนัด
อังกฤษยกเครื่อง 9 ตำแหน่ง บู๊อิตาลี ศึกรักบี้หกชาตินัดชี้ชะตา
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่ามากที่สุดในยุคซิกส์เนชั่นส์ของอังกฤษ โดยมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง พร้อมสลับตำแหน่งอีก 3 จุด สะท้อนถึงความพยายามของบอร์ธวิคในการเรียกความสดใหม่และพลังการแข่งขันกลับคืนสู่ทีม
ฟิน สมิธ คุมเกม แนวหลังชุดใหม่ยกแผง
หนึ่งในการตัดสินใจสำคัญคือการดึง Fin Smith กลับมารับบทฟลายฮาล์ฟเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เขาเข้ามาแทนที่ George Ford ซึ่งหลุดจากรายชื่อ 23 คนโดยสิ้นเชิง หลังทำผลงานไม่เข้าตาในเกมที่พบกับทีมของ Andy Farrell
สมิธจะเป็นหัวใจหลักในแนวหลังชุดใหม่ที่แทบยกชุด มีเพียง Tommy Freeman ที่รอดจากเกมพ่ายไอร์แลนด์ แต่เขาก็ถูกขยับจากตำแหน่งปีกมาเล่นเซ็นเตอร์นอกแทน
คู่เซ็นเตอร์จะเป็นการประสานงานระหว่าง Seb Atkinson และฟรีแมน ขณะที่แนวหลังสามคนประกอบด้วยปีกหน้าใหม่อย่าง Cadan Murley, Tom Roebuck และฟูลแบ็กมากประสบการณ์ Elliot Daly ส่วนตำแหน่งสกรัมฮาล์ฟเป็นหน้าที่ของ Ben Spencer
การปรับแนวหลังเกือบทั้งแผงเช่นนี้นับเป็นความเสี่ยงไม่น้อย เพราะผู้เล่นหลายคนยังไม่เคยประสานงานกันในเกมระดับนานาชาติมาก่อน
การปรับในแดนหน้าและแถวหลัง
นอกจากแนวหลังแล้ว บอร์ธวิคยังปรับในแดนหน้าด้วย โดย Jamie George ได้ออกสตาร์ตในตำแหน่งฮุกเกอร์ ขณะที่ Alex Coles ขยับขึ้นมาเป็นตัวจริงในแถวสอง และ Guy Pepper ได้โอกาสในตำแหน่งฟลานเกอร์
ในแถวหลัง มีการสลับบทบาทระหว่าง Tom Curry ที่ย้ายไปเล่นตำแหน่งปีกเปิด และ Ben Earl ที่รับหน้าที่หมายเลขแปด ซึ่งถือเป็นการลงสนามครบ 50 นัดให้ทีมชาติของเขา
ผู้เล่นอย่าง Henry Pollock หลุดจากตัวจริง ขณะที่ Luke Cowan-Dickie และ Ollie Chessum ถูกจัดไว้ในม้านั่งสำรอง ด้าน Marcus Smith มีชื่อสำรอง ครอบคลุมได้ทั้งฟลายฮาล์ฟและฟูลแบ็ก
ภารกิจบุกกรุงโรมที่ไม่ง่าย
อังกฤษมีสถิติข่มอิตาลีอย่างชัดเจน โดยเอาชนะมาแล้ว 32 นัดติดต่อกัน แต่ทีมของ Gonzalo Quesada กำลังถูกยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันในปี 2000 เกมที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโกในกรุงโรมจึงอาจไม่ง่ายอย่างที่สถิติบอกแรงกดดันตกอยู่กับบอร์ธวิคโดยตรง เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้อาจสร้างพลังใหม่ หรืออาจส่งผลตรงกันข้าม หากการประสานงานยังไม่ลงตัว
สรุป
การยกเครื่องทีมครั้งนี้สะท้อนถึงความกล้าตัดสินใจของสตีฟ บอร์ธวิค ในช่วงเวลาที่อังกฤษต้องการจุดเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน แม้จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ แต่ก็เป็นสัญญาณว่าทีมไม่ยอมย่ำอยู่กับที่ และพร้อมปรับตัวเพื่ออนาคต
ในโลกของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นสนามรักบี้หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง sawan289 และ สล็อตเว็บตรง ความกล้าเปลี่ยนแปลงและการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ อาจเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์สุดท้ายได้เสมอ
